วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

รับสอนกีตาร์&ร้องเพลงสไตร์ Improvise/Blues/Jazz/พื้นฐานกีตาร์ ไม่เป็นจนถึงอาชีพ เชิงปฏิบัติ!!! ตัวต่อตัว




เบื่อไหม?
ไปเรียนที่ไหนก็ให้ฝึกไล่แต่เสกล ไล่เสกลคล่องแล้วใช้ไม่เป็น มีเยอะจนจำได้ไม่หวัดไม่ไหว
เบื่อไหม?
เล่น แล้วคิดอะไรไม่ออกรู้สึกตัน วกวนอยู่แต่ในเสกลที่ฝึก
เบื่อไหม?
ต้อง ทำความเข้าใจและจำเรื่องฮาร์โมนี่ในแจ๊ส จำได้แล้วแต่เล่นไม่เป็นเพลง เล่นได้แต่ไร้สำเนียง!!
เบื่อไหม?
ฝึกแต่ ลิค แล้วนำไปใช้จริงในเพลงไม่ได้ ถึงจะนำไปใช้ได้ก็แข็งเป็นตอไม้
อยากแจมกับคนอื่นได้?
 
เบื่อไหม?
ไปเรียนแล้วคนสอน กั๊ก!! ให้เล่นแต่แบบฝึกหัด ไม่ประติดประต่อเล่นเป็นเพลงสักที!!


*********** เราช่วยได้************
สอนตั้งแต่พื้นฐาน(ไม่เป็นเลย) ทุกสไตร์ และ สไตร์เฉพาะทาง เจาะลึกในไสตร์ Blues/Jazz
จะสอนในเชิงการเล่นจริงๆ ไม่เน้นท่องจำ โดยใช้ ทฤษฏี 30% ปฏิบัติ70% สอนโดย นักดนตรีอาชีพที่เล่นสไตร์ blues,jazz มาโดยตรง
ไม่ใช่ อ. ที่จบดนตรีมาแล้วมาสอนตามหนังสือ

**เผยเคล็ดลับแนวทางการฝึกของนักดนตรีอาชีพ
เรียนแบบ ใช้หูในการเล่นเป็นส่วนใหญ่ สอนโดยประสบการณ์ เล่นจริง ล้วนๆ

**สอนทั้งกีตาร์โฟล์ค,อิเล็คทริค ทุกสไตร์ และ เจาะลึกทางด้าน บลูส์และแจ๊ส
สอนตั้งแต่พื้นฐาน เน้นการอิมเพอร์ไวส์ เป็นหลัก และสอนเฉพาะในสิ่งที่คนเรียนอยากรู้และสิ่งที่ต้องรู้


เรียนตัวต่อตัว ครั้งละ1ชม เดือน ละ 2,000 อาทิตย์ละครั้ง วันแล้วแต่จะสะดวก จ่ายครั้งแรกที่เรียน และครั้งแรกของเดือนถัดไป
Tel:084-0335228
amp0004@hotmail.com
www.youtube.com/amp0004
บล๊อคแนะนำการเล่น jazz/blues ในสไตร์ของผม
http://www.benzblues.blogspot.com/

แอดเพื่อนและทักทายได้ที่
www.facebook.com/benzblues

สอนอยู่สองที่ครับ

ที่แรก**ซ.พหลโยธิน69/1 ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ กรุงเทพฯ (รถเมล์สาย 34,39,185,114,503,522,543) สามารถเดินจากป้ายรถเมล์มาที่เรียนได้เลยครับ
ที่สอง**กม8รามอินทรา ซอยคุ้บอน27แยก10 [เฉพาะวันอาทิตย์]
เวลาแล้วแต่ผู้ เรียนสะดวก ตั้งแต่ 8โมงเช้า

**กรณีต้องการให้ไปสอนที่บ้าน คิด700-1000 ต่อครั้ง แล้วแต่ระยะทาง
**ปรีกษาเกี่ยวกับการเล่นฟรี..
**รับสอนร้องสไตร์ Blues/Jazz/สากล/ รายละเอียดเหมือน กีตาร์ทุกประการ.
** ไม่ได้รับสอนแต่ blues/jazz นะครับ สอนได้ตั้งแต่คนไม่เคยเล่นเลย จนถึง สอนทางด้านการอิมเพอร์ไวส์ทุกสไตร์ แต่จะเจาะลึกทางด้าน blues/jazz




>>>> ถ้าสนใจเรียนจะทำยังไง <<<<
อันดับแรก บางท่านอาจจะอยากเข้ามาคุย+ดูสถานที่กันก่อนที่จะเริ่มเรียนกัน ก็ไม่มีปัญหา
ถ้าตกลงปลงใจ ว่าจะมาเรียนละ ให้เตรียม สมุดหรือกระดาษ+ปากกา
ส่วนกีตาร์ที่จะใช้ สามารถใช้ของผมได้ หรือจะนำมาเองเพื่อความถนัดก็แล้วแต่ชอบครับ
จาก นั้นก่อนจะเข้ามาโทรมาบอกนัดสักนิดนึงครับ เช่น จะเข้ามาตอนบ่ายโมง ก็โทรมาบอกล่วงหน้าสักสายๆ หรือวันก่อนหน้านั้น กันเหนียวสักนิดนึง ปกติจะว่างตลอด

***เล่นแบบฝึกหัดได้เป็น100บท ตำราเป็น10เล่ม หรือจะสู้เล่นให้''เป็นเพลง''ได้สักหนึ่งเพลง
***ธรรมชาติของมนุษย์ เราพูดและรู้ความหมายคำว่า กา ก่อนที่จะอ่านคำว่า กา ได้
ดนตรีก็เหมือนกัน เราควรเล่นมันให้ได้ เข้าใจอารมณ์ เข้าใจเสียง ก่อนที่จะอ่านมันออก
เพราะถ้าเราอ่านมันออกโดยที่เรา ไม่รู้ว่าเสียงมันเป็นยังไง อารมณ์มันเป็นยังไง เล่นให้เป็นเพลงยังไง แสดงว่า รู้ไม่จริง

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Improvise Tips 1 #การปั้นโน๊ตและไอเดีย

เป็นวิธีฝึกของผมเองครับ ไว้เป็นแนวทาง หวังว่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

ใครอยากรู้เรื่องอะไร โพสไว้ได้ครับ ถ้าน่าสนใจจะทำ จะทำออกมาอีกใน Tips 2 ครับ

ขอบคุณที่รับชมครับ 

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Blues To JazzBlues


standdard blues (quick change)
F/Bb/F/F/Bb/Bb/F/F/C/Bb/F/C/
1/4/1/1/4/4/1/1/5/4/1/5/
standdard jazzblues
F/Bb/F/F/Bb/Bb/F/F/Gm/C/F D/Gm C/
1/4/1/1/4/4/1/1/2m/5/1 6/2m 5/

จะเห็นได้ว่า standdard jazzblues ต่างจาก standdard blues (quick change) ตรงห้องที่ 9 จะเป็นคอร์ด 2m(Gm) มาแทนคอร์ด5(C) และห้องที่ 11,12 จะมีคอร์ดเพิ่มเข้ามาจาก /1/5/(/F/C/) จะเป็น/1 6/2m 5/(/F D/Gm C/)

มาดูกันว่าเราใส่คอร์อะไรเพิ่มเติมเพื่อเป็นลูกเล่นและไว้สำหรับเปลี่ยนมู๊ดของการเล่นแต่ละรอบที่เราเล่น

แนวคิดแรก

จะใส่คอร์ดเพิ่มตรงช่วงที่มันย่ำอยู่คอร์ดเดิมนานๆเพื่อให้มันวิ่งไหลลื่น
มู๊ดแรก
ของเดิม /F/F/Gm/C/F D/Gm C/ จะเห็นได้ว่ามีFย่ำอยู่กับที่ถึง2ห้อง
เปลี่ยนเป็น /F/Am Abm Gm/C/F D/Gm C/ จะตัดห้องของFออกไปห้องนึงแล้วใส่คอร์ด ไล่โครเมติกจาก Am จนมาลงที่ Gm

มู๊ดสอง
ของเดิม /F/F/Gm/C/F D/Gm C/
เปลี่ยนเป็น /F/Am D/Gm/C/F D/Gm C/ จะตัดห้องของFออกไปห้องนึงแล้วใส่คอร์ดลักษณะ ทูไฟว์(เห็นชอบฝึกกันน่าจะคล่องนะอิอิ)Am D จนมาลงที่ Gm

มู๊ดที่สาม
ของเดิม /F/F/Gm/C/F D/Gm C/
เปลี่ยนเป็น /F E/Eb D/Gm/C/F D/Gm C/

แนวคิดที่สอง
จะเปลี่ยนทางคอร์ดส่งจาก/F D/Gm C/ แต่งเสริมเติมแต่งเพื่อเปลี่ยนมู๊ด

มู๊ดแรก
ของเดิม/F D/Gm C/
เปลี่ยนเป็น /F13 Ab13/G13 Cb9/ จำเป็นจะต้องใส่13เพราะว่ามันมีการหักทางคอร์ดจากเพิ่ม ซึ่งถ้าเราหักรูปแบบหรือฝึนให้มันกัด ควรจะใช้คอร์ดใหญ่ๆเช่น13(คอร์ดโปรดของผมน่ะ) และใส่b9ให้กับคอร์ดส่งเพื่อเพิ่มพลังในการส่ง(เคยพูดไว้ในครั้งก่อนแล้วว่าb9จะให้ซาวน์ส่งอย่างมาก)

มู๊ดสอง
ของเดิม/F D/Gm C/
เปลี่ยนเป็น /Fmaj7 Gbdim7/Gm9 Cb9/ เปลี่ยนมู๊ดมาเป็นเมเจอร์กันขำๆสักหน่อย ใส่9ให้Gm เพื่อดึกฟิลให้นัวเพื่อนำกลับสู่ทางdominentแล้วเพิ่มพลังให้กับคอร์ดส่งด้วย b9

แนวคิดที่สาม
ใส่ฮาฟเสต็ปโดยเฉพาะคอร์ดที่ย่ำอยู่กับที่เป็นเวลานานก่อนถึงห้องที่7เพื่อให้เกิดการลื่นไหลและสมู๊ท

ของเดิม/F/Bb/F/F/Bb/Bb/F/
เปลี่ยนเป็น /F/E/F/C B/Bb/Bb Gb/F/ ห้องแรกเหมือนเดิม(อันนี้คงไปเปลี่ยนมันไม่ได้อ่ะน่ะ555+)ห้องที่2ฮาฟเสต็ปมาเป็นEห้องนึงไปเลย(ฟังกัดดีชอบกล) ห้องที่3กับ4เห็นได้ว่าFย่ำอยู่กับที่ถึง2ห้องเลยเปลี่ยนห้องที่4 เป็นฮาฟเต็ปไล่เป็นโครเมติกไปที่Bb แล้วห้องที่5และ6ก็ย่ำอีกวิธีเดียวกับห้องที่3,4เลยครับ แก้ห้องที่6เป็นโครเมติกไล่ไปหาF


ลองฝึกกันดูนะครับการเปลี่ยนมู๊ดในการเล่นเพลง jazz หรือ blues เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะ เพลงพวกนี้คอร์ดมันซ้ำๆกันไปตลอดถ้าไม่เล่นแบบเดิมตามที่เขาให้มา เล่นไปหลายๆรอบมันน่าเบื่อครับ แล้วยิ่งเป็นเพลงบรรเลงแบบ jazz ด้วยแล้ว เล่นเหมือนเดิมตลอด หลับทั้งคนเล่นคนฟังเลยล่ะจ้า...

ดีกรีความฟุ้งจะมากขึ้น เริ่มจาก แนวคิดแรก แนวคิดสอง แนวคิดสาม หมายถึง แนวคิดแรก ควรอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้ เพราะมู๊ดของการส่งไปอีกรอบสำคัญยิ่งนัก แนวคิดสองก็ สำคัญน้อยลงมา แต่ใส่ก็เพิ่มสีสันกันไป แนวคิดที่สามนี่จะฟุ้ง ถ้าใส่ตลอด ก็คงกัดน่าดูชม แล้วแต่ชอบเลยครับ ตามรสนิยมละกัน

**หมายเหตุ**
ทางเพลงแบบนี้เป็นทาง dominant seven ฉะนั้นผมไม่เขียน7นะครับ หมายความว่า ผมเขียนว่า C ก็หมายถืง C7หรือC9หรือC11หรือC13หรือCb9หรือC#9หรืออื่นๆ ซึ่งผมพูดการใส่เทนชั่นไว้แล้วในเรื่องjazzกับแนวคิดของข้าพเจ้าในช่วงแรกๆนะครับ

ที่กล่าวมาผมยกตัวอย่าง คีย์ F นะครับ คีย์อื่นก็เปลี่ยนกันเองนะ
ควรจะเริ่มจากที่ผมเขียนไว้แรกๆก่อนนะครับไม่งั้น มาตรงนี้เลย ไม่มีทางเข้าใจครับ งงตายหล่ะ..

***ย้ำอีกเช่นเคยว่า มันไม่ได้หมายความว่าเล่นได้เท่าที่ผมแนะนำไป มันเล่นอะไรได้มากมายหรือจะเรียกได้ว่าเล่นอะไรก็ได้  พยายามทำความเข้าใจที่ผมอธิบายว่า ผมใส่ไอ้นี่ลงไปเพราะอะไรทำไมจะได้อะไรแบบไหน  เพราะถ้าแค่ลอกวิธีเล่นไปใช้เฉยๆโดยที่คิดไม่เป็น มันก็จะไม่เกิดผลสูงสุด...

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

Scales For Blues.


ดูตำแหน่งสเกลตามลิ้งประกอบไปนะครับ 
E Pentatonic Major
E Pentatonic Minor
E Pentatonic Blues

เริ่มแรกเราไม่ต้องไปเล่นเยอะเลยครับ เล่นจำกัดแค่ไม่เกิน เฟตที่5 แล้วก็จำแค่ สาย1-สาย4พอ(ออคเตฟเดียว)
***เวลาผมฝึกจะไม่จำอะไรมากครับ จำแค่น้อยๆก่อนแล้วใช้ให้เกิดผลอย่างแท้จริง แล้วค่อยขยับไปทีละช่องสองช่องจนทั่วทั้งคอ



**สำคัญมาก
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฝึกไปทีละสเตป ทั้งเรื่องของ 12bar เรื่องของจังหวะ shuffle เพราะดนตรีประเภทนี้เป็นดนตรีของ การเล่นจังหวะ สอดแทรกจังหวะต่างๆลงไป สเกลเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น
 คิดง่ายๆ ถ้าคุณมีไก่ย่าง แล้วค่อยมีน้ำจิ้ม ถึงจะครบ  ถ้าไม่มีไก่หรือไก่ยังดิบอยู่ มีน้ำจิ้มไปก็ไร้ค่า
บางที การที่เรามีไก่ย่างที่หมักเครื่องเทศ และผ่านการย่างมาอย่างดี  ต่อให้ไม่มีน้ำจิ้มยังอร่อยเลยจริงไหมครับ?......

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

How To Improvise On Blues


การsoloหรืออิมเพอร์ไวส์ในบลูส์ หรือดนตรีโซนผิวดำ ฟังกี้ โซล แจ๊ส คือการเล่นบนสัดส่วนของรึทิ่มนั้นๆ
เพราะ ดนตรีพวกนี้ มีจุดเด่นที่ริทึ่ม คือมีการเน้น หนัก เบา สั้น ยาว อยู่ตลอดเวลา
ถ้าเราไม่เล่นให้เข้ากับสัดส่วนของริทึ่มนั้นๆ จะทำให้เสียงที่เราเล่นออกไป มันลอย และไปขวางกับเครื่องชิ้นอื่น เพราะคนเครื่องอื่นเขาก็เล่นอยู่ในสัดส่วนของริทึ่มนั้นๆอยู่เช่นกัน

ฉะนั้น!!เสกลไม่ใช่ปัจจัยสำคัญหลักในการเล่นเพลงลักษณะพวกนี้ เพราะคนมักนึกถึงแต่เสกล
แต่เสกลก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่เล่นในสัดส่วนของมันก็ไม่ว่าเล่นเสกลอะไรจะบลูส์แค่ไหน
ก็ไร้ค่า!!

จะเห็นได้ว่า พวกวงบลูส์ เป็น3ชิ้นแต่ทำไมถึงเล่นแล้วฟังแน่น เพราะมันจะเกาะกันไปเป็นกรู๊ฟ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะ คนเล่นริทึ่ม หรือคนที่ solo หรืออิมเพอร์ไวส์ก็ตาม
ถึงแม้ว่าเราจะsoloอย่างเดียว มันก็ยังฟังแน่น ถ้าเล่นอยู่ในรึทิ่มฟิลของดนตรีลักษณะนี้...

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

12Bar&Turnaround


ทางเดินคอร์ด 12barblues
normal /1/1/1/1/4/4/1/1/5/4/1/5/ เป็นคอร์ด7หมดครับ
quick change /1/4/1/1/4/4/1/1/5/4/1/5/ เป็นคอร์ด7หมดครับ
ซึ่งในคีย์ที่เราเล่นกันอยู๋คือคีย์ E ก็จะเป็น /E7/A7/E7/E7/A7/A7/E7/E7/B7/A7/E7/B7/
จะเล่นTurnaround ช่วงห้องที่ 11-12 ก็คือ E7-B7 แล้วส่งเข้า เริ่มE7ห้องแรกใหม่วนไปเรื่อยๆ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Shuffle Feel


เริ่มแรกด้วยการรู้จักและเล่น ในจังหวะ Shuffle และรู้ถึงอารมณ์ รสชาติของ Shuffleกันก่อนนะครับ ซึ่งมันสำคัญมากๆ

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Chord melody & Octave


การเล่นหรือเลือกใช้ chord melody เป็นอะไรที่ลึกล้ำ ไม่มีหลักการณ์อะไรมากำหนด นอกจากฟังจากหู+รสนิยมผู้เล่น ซึ่งผมก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากนัก ก็บอกได้เท่าที่ทราบ

หวังว่าจะได้ประโยชน์จากคลิปที่ผมทำมาทั้งหมด
จริงๆแล้วมันมีอะไรอีกหลายเรื่อง ที่มันลึกลงไปอีก แต่ผมไม่ขอพูด เพราะว่า ถ้าผมพูดแล้วมันจะทำให้ฟุ้งซ่าน
ผมอยากให้ผุ้ที่เริ่มหัดเล่นแจ๊ซ เล่นสิ่งที่ผมได้บอกไว้ในคลิป ซึ่งมันเป็นพื้นฐานในการเล่นแจ๊ส แบบของผม
ถ้าเล่นได้ตามที่ผมบอกได้ทุกคลิปอย่างคล่องแคล่ว ผมคิดว่า ไม่ยากที่จะแตกแยกความคิดไปได้อีก

เอาทุกอย่างที่ผมแนะนำในคลิปมาลอง อิมเพอร์ไวส์ดู
ไม่ว่าเรื่อง การจับคอร์ด/การในจังหวะสวิง/การเปลี่ยนมูดของริทึ่มด้วยมือขวา/การเล่นเมโลดี้/การล้อเมโลดี้/เล่นให้ไหลลื่นในจังหวะสวิง/เล่นส่วนขัดในสวิง/การใส่โครเมติก/การเล่นแล้วกลับไปโน๊ตเมโลดี้เผื่อให้ได้ยินเสียงคอร์ดและรู้ว่าเราเล่นอยู่ท่อนไหน/การเล่นคอร์ดเมโลดี้/การเล่นออคเตฟ/

ถ้าเล่นได้คล่องทั้งหมด ผมคิดว่าเรื่องที่ต่อไปจากนี้คงหาวิธีเล่นหรือวิธีคิดต่อไปได้ไม่ยากนัก....

Improvise On Swing Beat


ก่อนจะฝึกอิมเพอร์ไวส์ในแจ๊ส ควรจะต้องอิมเพอร์ไวส์ในเพลงคีย์ง่ายๆ อย่างพวก pop rock ให้ได้ก่อนนะครับ เพราะผมไม่ได้พูดถึงการอิมเพอร์ไวส์พื้นฐาน เอาไว้ถ้าอยากรู้กันจะทำแยกอีกเรื่องละกันครับ
เพลง นี้คอร์ดยังไม่ได้หักมุมมากนัก ใช้สเกลเดียวในการเล่นก่อนได้ไม่ยากนัก

ไม่รู้จะเข้าใจกันไหม... งงก็ถามได้เหมือนเดิมครับ

Melody


โน๊ตที่ตกพร้อมกับคอร์ดคือโน๊ตที่สำคัญ เหมาะแก่การเน้น และใช้สำหรับจบวลีนะครับ มันจะบอกคอร์ดไปในตัวคล้ายๆกับเวลาเราเล่น คอร์ดโทน แต่วิธีนี้จะบอกเมโลดี้+บอกคอร์ด ในตัวของมันเอง
***วิธีนี้ ได้จากการ เรียน ศึกษา จากนักดนตรีรุ่นพี่หลายๆท่าน รวมทั้งค้นพบเองด้วยการฟังเพลงของหลายนักดนตรีแจ๊ส ระดับโลก....
โน๊ตที่สำคัญ(โน๊ตที่ตกพร้อมคอร์ด)
จะเรียงตามคอร์ดเพลงเลยนะครับ ดูโน๊ตประกอบตามนะครับ
ท่อน A
ห้องที่1 Am7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C
ห้องที่2 D7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่3 Gmaj7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ B
ห้องที่4 Cmaj7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่5 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A
ห้องที่6(ประทุน1) B7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F#
ห้องที่7 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ G
ห้องที่8 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
วนกลับมาเล่นห้อง1-5ใหม่ เข้าประทุน2
ห้องที่9(ประทุน2) B7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F#
ห้องที่10 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ E
ห้องที่11 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก

ท่อน B
ห้องที่12 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F#
ห้องที่13 B7b9 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่14 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ G
ห้องที่15 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่16 Am7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A
ห้องที่17 D7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่18 Gmaj7(คอร์ดนี้ห้องนี้สำคัญมากเป็นตัวบอกห้องกันหลงได้เป็นอย่างดีเล่นให้ชัดๆ)เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ B
ห้องที่19 Gmaj เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่20 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C
ห้องที่21 B7b9 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F#
ห้องที่22 Em7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C
ห้องที่22 Eb7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่23 Dm7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่23 Db7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ห้องที่24 Cmaj7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A
ห้องที่25 B7b9 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F#
ห้องที่26 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ E
ห้องที่27 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก

*** ถ้าสังเกตุดู โน๊ตที่สำคัญดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตในคอร์ด 1 3 5 7 หรือตัวเทนชั่น(9 b9 #9 11 13 ฯลฯ)
มันก็เหมือนกับการเล่นคอร์ดโทนที่เล่นโน๊ตในคอร์ด (คล้ายอเพจจิโอ้)
****เมโลดี้นั้นจะเป็นตัวกำหนดว่า เราควรเล่นโน๊ตไหนในกลุ่ม โน๊ตในคอร์ด 1 3 5 7 หรือตัวเทนชั่น(9 b9 #9 11 13 ฯลฯ) หรือแม่กระทั้ง ใส่เทนชั่นตัวไหน ใช้คอร์ดไหนแทนได้บ้าง ถ้าใส่มันในเชิงเมโลดี้อย่างที่กล่าวมา มันจะฟังดูเข้า ไพเราะที่ (นอกเสียจากว่าเราต้องการแหกคอก อวกาศ บิน เพี้ยน กัด ก็อีกเรื่อง)

***ผมเป็นคนที่ใช้วิธีนี้เล่นแทนการเล่นคอร์ดโทน เพราะ คอร์ดโทนจะบอกแค่ว่าคือคอร์ดอะไร
แต่การเล่นตัวเมโลดี้โน๊ตตัวตกคอร์ด มันจะบอก ทั้งว่าคอร์ดอะไร อยู่ช่วงไหนของท่อนในเพลง จะทำให้เราไม่ต้องมานั่งนับห้อง ไม่ต้องเปิดโน๊ตแล้วอิมเพอร์ไวส์ไป ดูโน๊ตไปว่าถึงห้องไหนคอร์ดไหนแล้ว ซึ่งมันเป็นที่มาของการที่ทำให้เรานั้นเล่นไร้สำเนียง !!! เพราะมัวแต่ดูโน๊ต ดูคอร์ด ดูห้อง ดูท่อน!!


***สำคัญมากๆๆๆ

จงเล่นเมโลดี้ให้จำขึ้นใจ ฮัมได้ เดินไปไหนมาไหน ก็เดินฮัมไปได้ จำขึ้นใจ เข้าเส้น
อย่า!! ข้ามการท่องเมโลดี้ไป เพราะมันเมโลดี้คือ หัวใจของดนตรีแจ๊ส!!!

Chords Improvise


การใส่ tension กับคอร์ดในเพลง autumn leaves

การใส่ tension ก็คือการทำให้คอร์ดมันใหญ่ขึ้นหรือเปลี่ยนจากตัวtensionเดิม เพื่อ ให้เสียงมันตึงเครียด,แซ่บ,นัว,แล้วที่สำคัญต้องการให้คอร์ดมันมีเมโลดี้(ซึ่งมันก็คือคอร์ดเมโลดี้ ไว้พูดอีกทีในไอเดียการอิมเพอร์ไวส์)
ที่จะบอกต่อไปนี้ ไม่ได้หมายความว่าทำได้แค่นี้ หรือทำตามนี้แล้วดีที่สุด มันแค่เป็นสิ่งที่ผมชอบเล่นเป็นประจำ
คอร์ดที่มีในเพลง ประกอบด้วย Am7,D7,Gmaj7,Cmaj7,F#m7b5,B7,Em,B7b9,Em7,Eb7,Dm7,Db7

Am7 ใส่tension เป็น Am9,Am13
D7 ใส่tension เป็น D9,D7b9,D7#9,D13
Gmaj7 ใส่tension เป็น Gmaj9,Gmaj13 ,69
Cmaj7 ใส่tension เป็น Cmaj9,Cmaj13 ,69
F#m7b5 ใส่tension เป็น F#m7b5b9 เนื่องจากคอร์ด F#m7b5เป็นคอร์ดใหญ่อยู่แล้วบางทีถ้าเพิ่มอีกอาจรกไป เราใช้วิธีเปลี่ยนคอร์ดเป็น F#13 หรือจับคอร์ดเดิม
B7 ใส่tension เป็น B9,B13,B7b9,B7#9
Em ใส่tension เป็น อย่างที่บอกครั้งที่แล้วเขาไม่เล่นคอร์ด3เสียงกันจะจับเป็น Em7เป็นพื้นฐานโดยอัตโนมัติ ใส่tension ก็เป็น Em9
B7b9 ใส่tension เป็น B7b9#5 เนื่องจากคอร์ด B7b9เป็นคอร์ดใหญ่อยู่แล้วบางทีถ้าเพิ่มอีกอาจรกไป เราใช้วิธีเปลี่ยนคอร์ดเป็น B7#9 หรือจับคอร์ดเดิม
Eb7 ใส่tension เป็น Eb9,Eb13,Eb7b9,Eb7#9
Dm7 ใส่tension เป็น Dm9
Db7 ใส่tension เป็น Db9,Db13,Db7b9,Db7#9

สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น maj จะใส่ maj7,maj9,maj13,69
สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น minor จะใส่ m9
สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น dominant seven จะใส่ 9,13,b9,#9

**ไม่ต้องแคร์หรอกว่า มันคือคอร์ดอะไร นิ้วไหนเหลือ เกี่ยวไป กดไป แล้วใช้หูฟัง ก็ฟังแล้วโอเค ชอบ ก็จัดไปอย่าได้กลัว เพราะถ้าสมมุติว่าเราจับฟอร์ม minor7 นิ้วก้อยเหลือพาดไปโดนตัวไหนก็คือ+ตัวนั้นไปเช่น จับฟอร์ม Em7 นิ้วก้อยพาดไป 9 ก็เป็นEm9 ถ้าพาดไป#9 ก็เป็น Em7#9 ถ้าพาดไปโดน #5 ก็เป็น Em7#5
**ผมยังยืนยันคำเดิมคือ jazz จะมาบอกว่าต้องเล่นแบบนี้ แบบนั้นไม่ได้ อยู่ที่คนเล่นชอบ
กฏของjazz มีข้อเดียวคือ ต้องเล่นในจังหวะของเพลงนั้นๆ...



เสริมนิดครับลืมบอกไป

การใส่ tension คือการเพิ่มโน๊ตเข้าไปให้คอร์ดใหญ่ขึ้น อย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว
แต่โน๊ตที่เพิ่มนั้น จะต้องไม่ใช้ โน๊ตในคอร์ด หรือก็คือ การเพิ่ม tension คือการเพิ่มโน๊ตที่ไม่ใช่โน๊ตในคอร์ดหลัก(4เสียง 1-3-5-7)
เช่น เขาจะไม่ใส่ ตัว 10 เพราะตัว10ก็คือตัว 3
ไม่ใส่ตัว 12 เพราะตัว12ก็คือตัว 5
ไม่ใส่ตัว 14 เพราะตัว14ก็คือตัว 7
**ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ต้องตายตัวแบบนี้นะ แค่ส่วนใหญ่เท่านั้นครับ 

Swing Rhythm & Rhythm Mood


ต่อจากคลิปที่แล้ว หลังจากเราจับคอร์ดได้แล้ว ก็เริ่มมาเล่นกับจังหวะ สวิง แล้วคลิปนี้พูดถึงการเปลี่ยน อารมณ์ของ จังหวะด้วยเทคนิคมือขวา+มือซ้าย ลองศึกษากันดูนะครับ..

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Autumn Leaves Chord Voicing


http://www.upload-thai.com/download.php?id=8339d55e3af3b0c2baa1e5c0c6df68cf
นี่เป็นโน๊ต+คอร์ดของเพลง Autumn Leaves  

  *****โน๊ตในคอร์ดแต่ละชนิต******
ให้เลือกโน๊ตจากเสกลเมเจอร์
เช่น คอร์ดC ก็ใช้เสกลC C D E F G A B C.........สูงไปเรื่อย
1 2 3 4 5 6 7 8..........สูงไปเรื่อย
**คอร์ดอื่นก็ใช้เสกลอื่น เช่น คอร์ด D ก็ใช้สเกลD คอร์ด Em ก็ใช้เสกล E (เมเจอร์หมด)

***คอร์ด3เสียง***
Major = 1-3-5
เช่น คอร์ด C = C-E-G

Minor = 1-3b-5
เช่น คอร์ด Cm = C-Eb-G

augmented(+) = 1-3-5#
เช่น คอร์ด C+ = C-E-G#

diminished(dim) = 1-3b-5b
เช่น คอร์ด Cdim = C-Eb-Gb

***คอร์ด4เสียง***
major seventh(maj7) = 1-3-5-7
เช่น คอร์ด Cmaj7 = C-E-G-B

minor seventh(m7) = 1-3b-5-7b
เช่น คอร์ด Cm7 = C-Eb-G-Bb
minor sixth(m6) = 1-3b-5-6 เช่น Cm6 = C-Eb-G-A

augmented seventh(+7) = 1-3-5#-7b
เช่น คอร์ด C+7 = C-E-G#-Bb

diminished seventh(dim7) =1-3b-5b-7bb(6) (ตัวที่7มันbสองทีเลยกลายเป็น6แทนที่จะเขียน
1-3-5-6 ไปเลย ทำไม่ได้เพราะ มันจะกลายเป็น dim6 ซึ่งมันไม่มีคอร์ดนี้ และที่สำคัญมันยังให้ซาวด์ที่เป็น7อยู่ ถ้าจะใส่แค่bเดียว มันก็ดันจะกลายเป็น m7b5 เลยกลายเป็นแบบนี้...)
เช่น คอร์ด Cdim7= C-Eb-Gb-A


seventh(7) = 1-3-7b
เช่น คอร์ด C7 =C-E-Bb

sixth(6) = 1-3-5-6 เช่น C6 = C-E-G-A

***คอร์ด5เสียง***
คอร์ด5เสียงขึ้นไป จะใช้โน๊ตจากคอร์ด4เสียงด้านบนเป็นหลัก แล้วเพิ่มไปอีกเป็น 5ตัว ขึ้นไป

major ninth(maj9) = 1-3-5-7-9 เช่น Cmaj9 = C-E-G-B-D (สังเกตุดูว่าตัว9ก็คือตัว2นั่นแหละเพราะเสกลมันมีแค่7ตัวเท่านั้น แต่เหตุผลที่ว่า ทำไมไม่เป็น maj2 ก็เพราะว่า โน๊ตที่เขาเพิ่มเนี่ยเขาต้องการเสียงที่สูงขึ้นไปอีกออคเตฟนึง เพื่อให้มันเด่นขึ้นมา เวลาเล่นก็ต้องเล่นให้โน๊ตนี้ชัดๆ นี่แหละสำคัญมาก)

minor ninth(m9) = 1-3b-5-7b-9 เช่น Cm9 = C-Eb-G-Bb-D


minor sixth,added ninth(m69) = 1-3b-5-6-9 เช่น Cm69 = C-Eb-G-A-D (ถ้าเขาเขียนกำกับมาเลยว่าเป็นm6หน้า9แสดงว่า เขาต้องการให้ใช้ฐานโน๊ตของคอร์ด m6แล้วต่อด้วย9 ถ้าเขียนเป็นm9 ไม่กำหนดว่า6 มาแสดงว่า ให้รู้กันว่า ฐานคือคอร์ด m7เติม9 หรือ maj7เติม9 หรือ7เติม9....)

Sixth,added ninth(69) = 1-3-5-6-9 เช่น C69 = 1-3-5-6-9 (นี่ก็เหมือนกันกำกับว่า69แสดงว่าใช้ฐานคอร์ดของ6แล้วเติม9)

major seventh, flat fifth(maj7(b5)) = 1-3-5-7-5b
minor seventh, flat fifth(m7(b5)) = 1-3b-5-7b-5b (ก็เหมือนเดิมแค่เพิ่มb5)

ต่อมาเป็นทางคอร์ดของ dominant seventh มีฐานคือ 1-3-5-7b จะใส่ได้เยอะ+ง่ายกว่า major และ minor
ninth(9) = 1-3-5-7b-9 เช่น C9 = C-E-G-Bb-D (ฐานคอร์ดมาจาก7แล้วเติม9)
seventh, flat fifth [7(b5)] 1 3 5 7b 5b
seventh, flat ninth[7(b9)] 1 3 5 7b 9b
seventh. sharp ninth[7(#9)] 1 3 5 7b #9

***คอร์ด6เสียง***
คอร์ด6เสียงก็คือ คอร์ด eleventh [ 11 ] จะใช้ฐานคอร์ดจาก คอร์ด9(คอร์ด5เสียง)
เช่น Cmaj11 = 1-3-5-7-9-11 ก็คือคอร์ดCmaj9+11 หรือ Cmaj7+9+11
Cm11 = 1-3b-5-7b-9-11 ก็คือคอร์ด Cm9+11 หรือ Cm7+9+11
C11 = 1-3-5-7b-9-11 ก็คือคอร์ด C9+11 หรือ C7+9+11

***คอร์ด7เสียง(ใหญ่ที่สุด)***
ก็คือคอร์ดทาง7ที่ใส่ตัว6ในออคเตฟสูงเพื่อให้เสียงเด่นชัดก็คือ13
เช่น Cmaj13 =1-3-5-7-9-11-13 ก็คือคอร์ด Cmaj11+13 หรือ Cmaj7+9+11+13
Cm13 = 1-3b-5-7b-9-11-13 ก็คือคอร์ด Cm11+13 หรือ Cm7+9+11+13
C13 = 1-3-5-7b-9-11-13 ก็คือคอร์ด C11+13 หรือ C7+9+11+13

***voicing for guitar***

มันมีอยู่หลายวิธี เอาวิธีที่ผมรู้แล้วใช้กับคอร์ดเพลงนี้ก่อนละกันครับ
ให้เราเลือกรูทก่อน รูทก็คือโน๊ตแรกของคอร์ด ว่าจะไว้ที่สาย 6 หรือ 5

แบบแรก รูทที่สาย6
ถ้าเราเลือกรูทหรือเบสอยู่สาย6 สาย5เราจะไม่เล่น ไปเริ่มที่สาย4เลย ยกตัวอย่างคอร์ด Cmaj7
มี 1-3-5-7 ให้ตัด5ออกไปเลยหรือไว้ท้ายสุด(เป็นผมตัดไปเลยเหลือนิ้วไว้ใส่ tension (โน๊ตที่ใส่เพิ่มเสียงในคอร์ดเดิมผมจะเรียกว่า tension หมด) แล้วเอาตัว7 มาไว้ตัวที่2ที่สาย4 จากนั้นต่อด้วยตัว3 ที่สายต่อไปคือสาย3 จับแค่3ตัว จับน้อยๆจะทำให้ เสียง7หรือtension จะออกมาชัด และคล่องตัวเวลาเล่นคอร์ดเยอะๆ

แบบ2 รูทหรือเบส สาย5
เลือกโน๊ตตัวแรก คือรูท ไว้ที่สาย5 สาย4เล่นตัวที่3 ตัวที่5ตัดทิ้ง สายที่3เล่นตัว7
เช่นคอร์ด Cm7 1-3b-5-7b =C-Eb-G-Bb สาย5เล่นตัวC สาย4เล่นตัวEb ตัดGทิ้ง สาย3เล่นตัวBb
จับ3ตัวเช่นกัน นิ้วก้อยที่เหลือ ไว้ใส่ tension


****ที่กล่าวมา แค่เบื้องต้นครับ มันดิ้นได้มากกว่านี้อีกในดนตรีjazz อิสระมากมายนัก เป็นวิธีคิดที่ผมเข้าใจ บางทีคนอื่นอาจเข้าใจด้วย หรืองงหนักกว่าเดิม ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม อิอิ
ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วย
ถ้าชอบกันคราวหน้าจะมาพูดเรื่อง tension chordmelody การsolo การimprovise ในเพลง Autumn Leaves ว่ากันเป็นเพลงๆไป จะได้ฝึกกันเป็นเพลงๆจะได้ไม่ปนกันมั่ว *0*